การสรรหาบุคลากรช่วงกลางอาชีพ (Mid-career professional recruitment)

ในสหรัฐอเมริกา ปัญหาขาดแคลนครู/อาจารย์อยู่ในระดับน่าวิตกกังวล โดยเฉพาะครูประถม-มัธยมในเขตพื้นที่ยากจนหรือเขตคนผิวสี สาเหตุการขาดแคลนครูจะแตกต่างกันไปจากบริบทของเมืองไทยซึ่งไม่ขอพูดถึงในที่นี้ แต่สหรัฐอเมริกามีวิธีการแก้ปัญหาที่น่าสนใจและสามารถนำมาปรับใช้กับเราได้ ยกตัวอย่างเช่น ในปี 1994 กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้ดำเนินโครงการ “Troops to Teachers (TTT)” เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ทหารที่รู้ตัวหรือเพิ่งค้นพบตัวเองว่าไม่เหมาะกับงานหรืออาชีพทหารที่ทำอยู่ในปัจจุบันได้เปลี่ยนสายอาชีพไปเป็นครู เป็นการแก้ปัญหาด้านบุคลากรของกองทัพและโรงเรียนได้ในครั้งเดียว ทหารที่เข้าร่วมโครงการนี้จะได้รับคำปรึกษาและความช่วยเหลือด้านต่างๆ เพื่อการเปลี่ยนอาชีพไปเป็นครู เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับการสอบใบอนุญาตครูที่รัฐต่างๆ กำหนด ข้อมูลโรงเรียนที่มีตำแหน่งว่าง เป็นต้น ตั้งแต่เริ่มโครงการมาถึงปัจจุบัน มีทหารมากกว่า 17,000 คนที่เปลี่ยนอาชีพไปเป็นครูสอนอยู่ในโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ มีข้อมูลที่น่าสนใจคือทหารที่เข้าร่วมโครงการนี้จำนวนไม่น้อยทำงานในกองทัพมานานหลายปี อยู่ในช่วงกลางของอาชีพ (Mid-career)

อีกโครงการที่มีลักษณะคล้ายกันคือ Teach for America (TFA) ดำเนินการโดยองค์กรภาคเอกชน (Nonprofit Organization) ในชื่อเดียวกัน เริ่มดำเนินการในปี 1990 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 25 ปี มีผู้ผ่านโครงการนี้มากกว่า 50,000 คน โดยทั่วไป TFA จะสรรหาและคัดเลือกบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศให้มาสมัครเป็นครูสอนระดับประถม-มัธยมในชุมชนยากจนทั้งในพื้นที่เมืองและชนบทเป็นเวลาอย่างน้อยสองปี บัณฑิตที่เข้าร่วมจะได้รับสิทธิประโยชน์หลายอย่างเช่น เงินเดือนในอัตราเดียวกับที่ครูปกติได้รับ การสอบใบอนุญาตครูแบบพิเศษ (Alternative certification) เงินช่วยเหลือกรณีที่ต้องมีการย้ายที่อยู่ ค่าธรรมเนียมสอบ เป็นต้น แต่นอกเหนือไปจากการสรรหาบัณฑิตแล้ว TFA มีโครงการ “Career changers” ที่สรรหาคนทำงานในสายอาชีพต่างๆ ที่มีจิตสาธารณะ ต้องการช่วยเหลือสังคมโดยเฉพาะการศึกษาของเยาวชน และมีใจรักการเป็นครูเข้าร่วมโครงการ ผลปรากฎว่ามีคนจากหลากหลายอาชีพสมัครเข้ามาเป็นจำนวนมาก เช่น นักข่าว นักกีฬา วิศวกร เฉพาะในปี 2015 มีผู้ทำงานแล้วมาสมัครมากกว่า 1,200 คน ผู้สมัครจำนวนไม่น้อยเป็นผู้อยู่ในวัยที่คล้ายคลึงกับโครงการแรก

ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของเราอย่างเช่นสิงคโปร์ก็มีโครงการลักษณะนี้ เรียกชื่อโครงการว่า “Mid-career professionals” ดำเนินการโดยกระทรวงศึกษาธิการ เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ทำงานในสายอาชีพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัท พนักงานโรงงาน หรือประกอบอาชีพส่วนตัว ที่มีประสบการณ์การทำงานมาแล้วพอสมควร (จัดอยู่ในช่วงกลางของอาชีพเช่นกัน) แต่ค้นพบว่างานที่ทำอยู่ในปัจจุบันนั้นไม่เหมาะกับตน หรือหมดแรงจูงใจในการทำงานนั้นแล้ว และมีความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะมาเป็นครู กระทรวงศึกษาธิการเปิดให้คนกลุ่มนี้สมัครเข้ามาและทำการคัดเลือกตามแนวทางที่วางไว้ โดยจะได้รับค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม มากน้อยแตกต่างกันไปตามความรู้ความสามารถและประสบการณ์การทำงานที่มี โครงการนี้สามารถทำให้รัฐบาลสิงคโปร์แก้ปัญหาการขาดแคลนครูของประเทศได้อย่างน่าสนใจ นอกจากนี้ยังพบว่า โครงการเปลี่ยนสายอาชีพในสิงคโปร์มีการดำเนินการอย่างกว้างขวางในหลายกระทรวง เช่น กระทรวงสาธารณสุขที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนพยาบาลและนักเทคนิคการแพทย์ ก็จะเปิดรับบุคลากรกลุ่มนี้จากภาคเอกชนเข้ามา โครงการนี้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เข้าสู่งานราชการได้โดยไม่ต้องไปบรรจุที่ระดับเริ่มต้น ในกระทรวงอื่นๆ ก็มีการเปิดรับสายอาชีพที่หลากหลายเข้ามาทำงาน เช่น โปรแกรมเมอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ นักออกแบบอุตสาหกรรม นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

สิ่งที่พบคล้ายกันจากตัวอย่างข้างต้นคือการเปิดทางเลือกในการเปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนอาชีพของคนที่อยู่ในช่วงกลางอาชีพ (Mid-career switch) คนกลุ่มนี้จะมีอายุระหว่าง 40-50 ปีหรือทำงานมาแล้ว 10-15 ปีโดยประมาณ เป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์สูงแต่แรงจูงใจที่มีต่องานที่ทำอยู่ในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไป กำลังประสบปัญหาวิกฤตช่วงกลางอาชีพ (Mid-career crisis) ซึ่งเป็นช่วงที่ความพึงพอใจในการทำงานของคนจะตกต่ำที่สุด โดยความพึงพอใจในชีวิตการทำงานจะมีลักษณะเป็นรูปตัวยู (U) ระยะต้นของอาชีพจะมีความพึงพอใจสูงเนื่องจากยังมองโลกในแง่บวก ทำงานสำเร็จได้ตามที่คาดหวัง มีบ้าน มีรถ มีความมั่นคงก้าวหน้า แต่เมื่อผ่านมาสู่ระยะกลางของอาชีพความพึงพอใจนั้นจะต่ำลงเพราะพบว่าหลายอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่เราวางแผนไว้ ไม่สามารถเลื่อนตำแหน่งได้ตามต้องการ หรือพบว่าสถานภาพและรายได้ที่สูงนั้นไม่ทำให้เราเกิดความพึงพอใจได้เหมือนเดิม อาจนำไปสู่การมีผลการปฏิบัติงานตกต่ำลงและออกจากงานในที่สุด คนกลุ่มนี้ไม่ใช่ผู้ที่ขาดความสามารถในการทำงานแต่ทัศนคติในทางลบและแรงจูงใจในงานต่ำส่งผลให้เกิดพฤติกรรมเช่นนั้น ต่อมาในระยะปลายของอาชีพความพึงพอใจจะกลับสูงขึ้นอีกครั้ง เพราะเรายอมรับความจริงในชีวิตได้ดีขึ้น ความเศร้าเสียใจและความผิดหวังกับอดีตหายไป ความสุขในการทำงานกลับคืนมา

ในอดีตการลาออกหรือเปลี่ยนงานตอนอายุมากจะดูไม่ดี จะถูกมองว่าเป็นคนมีปัญหา ไม่มีความอดทน หรือไม่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ คนอายุ 60 ปีขึ้นไปหรือรุ่น Baby Boomer (Gen B) เมื่อเรียนจบแล้วก็จะรีบทำงานแล้วก็ทำที่นั้นที่เดียวจนเกษียน มีความภักดีต่อองค์การสูง แต่คนรุ่นถัดมา คือ Generation X เห็นว่าการเปลี่ยนงานหรือลาออกในช่วงวัยกลางคนถือเป็นเรื่องธรรมดาพบเห็นได้ทั่วไป เพราะคนรุ่นนี้เกิดมาในครอบครัวที่มีพร้อมไม่ต้องดิ้นรนขวนขวายเหมือน Gen B จึงมีโอกาสได้ทำตามที่ตนต้องการมากขึ้น เมื่อไปทำงานก็ทุ่มเทจนประสบความสำเร็จ สร้างฐานะและมีชีวิตที่มั่นคง จากนั้นก็จะหันไปหาสิ่งที่ตอบสนองความต้องการภายในที่สูงขึ้น อาจจะลาออกไปทำงานอื่นๆ เช่น เป็นช่างภาพตระเวนถ่ายรูปไปทั่วประเทศ ออกไปเป็นชาวนา ออกไปทำร้านกาแฟเล็กๆ เหตุผลการเปลี่ยนงานหรือลาออกของ Gen X เป็นสิ่งที่คน Gen B ยากจะเข้าใจ เช่น ลาออกเพราะต้องการไปค้นหาสิ่งที่มีความหมายมากกว่างานที่ทำไปวันๆ ต้องการทำตามฝันในวัยเด็ก ต้องการกลับไปพัฒนาบ้านเกิด ต้องการเป็นผู้ให้ ต้องการได้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้แก่คนรุ่นหลัง ต้องการสร้างตำนาน เป็นต้น

บุคคลที่อยู่ในสถานะแบบนี้จึงเป็นโอกาสในการสรรหาบุคลากรเข้ามาสู่องค์การ อย่างไรก็ตาม การสรรหาผู้ที่มีประสบการณ์จากภายนอกเข้ามาทำงานที่เรารู้จักกันดีคือ “การซื้อตัว” มีแนวทางที่คล้ายกันคือเป็นการทาบทามผู้ที่มีประสบการณ์ระดับหัวหน้างานไปจนถึงผู้บริหารระดับสูงจากองค์การอื่นเข้ามาทำงานกับองค์การของเรา แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปจากตัวอย่างที่ยกมาคือบุคลากรที่สรรหามานั้นจะเปลี่ยนอาชีพมาสู่การเป็นครู ดังนั้น การสรรหาคัดเลือกจึงยากกว่าเพราะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมจะเป็นครูจริง นอกจากนั้น ยังต้องมีการดำเนินการต่อเนื่องเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่อาชีพใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น ฟื้นฟูความพึงพอใจในชีวิตการทำงานซึ่งหมดไปในช่วงวิกฤตช่วงกลางอาชีพนั้นให้กลับมาเหมือนเดิมและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ (ทำให้หางของตัว U ยกสูงขึ้น)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s