Zero-hours การจ้างงานแบบไม่กำหนดชั่วโมงทำงาน

ย้อนไปในบทความก่อนหน้านี้ ได้พูดถึง “1099” ซึ่งหมายถึงผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือ Freelance ที่ปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ผลการสำรวจในปี 2014 ที่ผ่านมาพบว่าคนอเมริกัน 3 คนจะเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระเสีย 1 คน[1] วันนี้มีสถิติล่าสุดที่น่าสนใจจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของประเทศอังกฤษมาเพิ่มเติม จากการสำรวจแรงงานในประเทศอังกฤษเมื่อไตรมาสที่ 2 ของปี 2016 ที่ผ่านมาพบว่าแรงงานอังกฤษประมาณ 903,000 คนหรือ 2.9% ของแรงงานทั้งหมดได้รับการว่าจ้างด้วยสัญญาแบบ “Zero-hour” หรือการจ้างงานแบบไม่กำหนดชั่วโมงทำงาน เปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งมีเพียง 747,000 คนหรือ 2.4% ของแรงงานทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 20% นอกจากนี้ยังพบว่าจำนวนผู้ที่ได้รับการว่าจ้างแบบ Zero-hour ที่เพิ่มขึ้นมานั้น ครึ่งหนึ่งเป็นผู้ที่มีอายุระหว่าง 25-64 ปี[2] ข้อมูลนี้ทำให้รัฐบาลอังกฤษเกิดความวิตกกังวล เพราะโดยปกติสัญญาการจ้างงานแบบนี้จะเป็นที่นิยมของเหล่านักเรียนนักศึกษาที่ต้องการทำงานเสริมระหว่างเรียน แต่การที่แรงงานกลุ่มอายุ 25-64 ปีซึ่งอยู่ในวัยทำงานหาเลี้ยงครอบครัวนิยมทำสัญญาจ้างงานแบบ Zero-hours มากขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อครอบครัวของผู้ใช้แรงงานเป็นอย่างมาก เพราะจะมีรายได้ไม่คงที่แล้วแต่นายจ้างจะป้อนงานให้ อาจนำมาซึ่งปัญหาทางสังคมได้

“Zero-hour contract” หรือสัญญาจ้างงานแบบไม่กำหนดชั่วโมงทำงานที่แน่นอนเป็นคำที่ใช้กันในประเทศอังกฤษ หมายถึงสัญญาจ้างงานที่เปิดกว้างมากๆ ไม่มีการกำหนดว่านายจ้างต้องจ้างขั้นต่ำกี่ชั่วโมงและก็ไม่ได้บังคับให้ลูกจ้างต้องรับงานที่นายจ้างเสนอมาทุกงาน เป็นข้อตกลงที่ทำระหว่างกันว่าจะมีการจ้างงานเกิดขึ้นเมื่อความต้องการสอดคล้องกัน นายจ้างมีงานที่จะให้ทำและลูกจ้างมีเวลาว่างที่จะทำงานให้ก็จะเกิดการจ้างงานกันขึ้น แต่ไม่มีเวลาขั้นต่ำหรือตารางเวลางานมากำหนด สัญญาแบบนี้นิยมทำกันในงานประเภทพนักงานบริการตามโรงแรม ร้านอาหาร โรงพยาบาล มีข้อมูลในปี 2013 พบว่าพนักงาน McDonald ในประเทศอังกฤษถึง 90% ทำสัญญาว่าจ้างแบบ Zero-hour[3] ข้อดีของการจ้างงานลักษณะนี้คือมีความยืดหยุ่น เหมาะกับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการทำงานเสริมระหว่างเรียนหรือผู้ที่เกษียณจากงานไปแล้วแต่ต้องการทำงานในบางโอกาส ข้อเสียคือเป็นสัญญาที่อาจจะเปิดช่องให้นายจ้างเอาเปรียบและเลือกปฏิบัติได้ สัญญาจ้างงานแบบ Zero-hour จะดูคล้ายกับสัญญาจ้างงานแบบหนึ่งที่มักพบในประเทศอังกฤษ ไอร์แลนด์ แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เรียกว่า Casual contract หรือการจ้างแบบไม่มีงานประจำ แต่มีจุดที่แตกต่างกันคือ Casual contract จะมีการกำหนดเวลาทำงานขั้นต่ำตามกฎหมาย เช่น 3 ชั่วโมงต่อวันหรือกำหนด “กะ (Shift)” แต่ก็ไม่ได้แน่นอนตายตัวว่าลูกจ้างจะต้องทำกะใดกะหนึ่งตลอด การจ้างแบบ Casual จะดีต่อลูกจ้างมากกว่า Zero-hour เพราะเมื่อรับงานแล้วจะได้รับค่าจ้างจำนวนหนึ่งที่แน่นอน

การจ้างงานแบบ Zero-hour ที่เกิดขึ้นข้างต้นแม้ว่ายังจะไม่พบในบ้านเรา แต่เป็นสัญญานที่แสดงถึงพันธสัญญาใหม่ที่คนทำงานด้าน HR จะต้องตามให้ทันเพื่อจะได้บริหารจัดการกำลังคนได้อย่างเหมาะสม รวมถึงต้องมีความรู้และความเข้าใจว่ามีกฎหมายใดเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง อย่างไรก็ตาม พันธสัญญาใหม่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงสิทธิและหน้าที่ที่นายจ้างและลูกจ้างมีต่อกันตามกฎหมาย ดังนั้น ไม่ว่าจะเรียกชื่อว่าสัญญาจ้างลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว ลูกจ้างแบบไม่มีงานประจำ ลูกจ้างที่ไม่ระบุจำนวนชั่วโมงทำงานที่แน่นอน หรือใดๆ ก็ตาม เมื่อเข้าเงื่อนไขนายจ้างรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้และลูกจ้างตกลงทำงานให้นายจ้างโดยได้รับค่าจ้างแล้วก็จะเกิดสัญญาจ้างและตามมาด้วยสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญาตามที่กฎหมายกำหนดไว้

[1] https://www.freelancersunion.org/blog/dispatches/2014/09/04/53million

[2] http://www.reuters.com/article/us-britain-jobs-pay-idUSKCN11E17E

[3] https://www.theguardian.com/business/2013/aug/05/mcdonalds-workers-zero-hour-contracts

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s